...ความเข้มแข็งของขบวนการภาคประชาชน ที่เชื่อมร้อยพลัง และนำไปสู่สิทธิพลเมือง ในการคุ้มครองผู้บริโภค...

วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555

ผนึกพลัง พิทักษ์รถโดยสารปลอดภัยเชียงราย



ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ร่วมกับขนส่งจังหวัดเชียงราย คปภ. และ หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการ สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้โดยสาร และ เปิด ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสาร 1584 เชียงราย ณ สถานีขนส่งเชียงรายแห่งที่ 2 (ตะเคียนคู่) เพื่อเปิดช่องทางการเรียกร้องสิทธิผู้บริโภค และ การบริโภครถโดยสารที่ปลอดภัย

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพจังหวัดเชียงรายร่วมยื่นข้อเสนอ คงไว้ซึ่งพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พร้อมกันกับอีก 7 จังหวัดภาคเหนือ




23 กุมภาพันธ์ 2555 ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดเชียงราย ภายใต้ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดเชียงราย ร่วมกับเครือข่ายผู้บริโภค ผู้สูงอายุ เยาวชน ผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ HIV ผู้หญิง กลุ่มชาติพันธุ์ สภาองค์กรชุมชน ข่ายแรงงานนอกระบบ ฯลฯ กว่า 180 คน ร่วมกันเปิดตัวในนาม "กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพจังหวัดเชียงราย" พร้อมกันทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน แม่อ่องสอน ลำพูน และลำปาง โดยการยื่นจดหมายและแถลงการณ์ต่อหน่วยงานภายในจังหวัด อาทิ ศาลากลางจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ทำการพรรคเพื่อไทย และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เพื่อนำข้อเสนอเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี โดยประกาศเจตนารมณ์ไม่ยอมให้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่มาจากการผลักดันของประชาชนต้องล่มสลายไป และมีร่วมจ่าย 30 บาทเหมือนเดิม ทั้งนี้เพื่อสร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในระบบหลักประกันสุขภาพอย่างแท้จริง

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

ศคบ.และเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคระดับจังหวัด แจกแผ่นพับและเอกสารประชาสัมพันธ์การปรับขี้นราคาก๊าซ NGV และ LPG ผลจากนโยบายรัฐบาล



เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2555 ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดเชียงราย และเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคระดับจังหวัด ออกรณรงค์แจกแผ่นพับและเอกสารประชาสัมพันธ์กรณีการปรับขึ้นราคาก๊าซ NGV และ LPG ของรัฐบาล โดยนโยบายดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาขายปลีกก๊าซ NGV และ LPG ปรับขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 50 และ 75 สตางค์/กก. ตามลำดับ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาจนถึงปี 2555(ตามนโยบายรัฐบาล) ราคาก๊าซ NGV จะอยู่ที่ 14.50 บาท/กก. ส่วนก๊าซ LPG จะอยู่ที่ 16.60 บาท/ลิตร ยังผลให้ภาคธุรกิจขนส่ง รถรับจ้าง ขอปรับขึ้นราคาค่าขนส่ง เนื่องจากแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ประชาชนผู้ใช้รถใช้ก๊าซรวมถึงครัวเรือนต้องเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น กรณีดังกล่าวมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.)นำโดยนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเดินหน้ายื่นอุทรณ์อีกครั้งหลังศาลไม่คุ้มครองการขึ้นราคาก๊าซ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมในการปรับโครงสร้างราคาก๊าซดังกล่าว

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

โครงการ “ รณรงค์เรียกร้อง พรบ.องค์การอิสระเพื่อผู้บริโภค เข้าสภาฯ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย


ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จังหวัดเชียงราย โดย สมาคมประชาสังคมเพื่อการพัฒนา ร่วมกับ เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค ภาคเหนือ และภาคี ๑๗ จังหวัด โดยมี นายพินิจ หาญพาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย (ภาพที่ ๑ ด้านบนซ้ายมือ ) ให้เกียรติรับหนังสือ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วย สส. เขต ๑ (ภาพ ที่ ๒ ด้านบน ขวามือ) รับหนังสือ เครือข่ายผู้บริโภคเชียงราย รวมพล หน้า พ่อขุนเม็งราย (ภาพ ด้านล่างซ้ายมือ) และรถนำขบวน (ภาพด้านล่างขวามือ) ทั้งเครือข่ายฯ ทีมงาน ร่วมรณรงค์การผลักดัน ม.61 พรบ.องค์การอิสระเพื่อผู้บริโภค เมื่อเร็วๆนี้

โครงการ รณรงค์เรียกร้อง พรบ.องค์การอิสระเพื่อผู้บริโภค เป็นการดำเนินกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์ ร่วมสนับสนุนพลังผู้บริโภค เร่งให้รัฐบาลรีบพิจารณากฎหมายภาคประชาชน มาตรา 61 พรบ.องค์การอิสระเพื่อผู้บริโภค การรณรงค์ยื่นหนังสือ ต่อนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดย ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ คุณสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

พรบ.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค คือ อะไร


รัฐธรรมนูญแห่ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๖๑ ระบุไว้ว่า สิทธิของบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคย่อมได้รับการคุ้มครองในการได้รับข้อมูลที่เป็นความจริง และมีสิทธิร้องเรียน เพื่อให้ได้รับการแก้ไขเยียวยาความเสียหาย รวมทั้งมีสิทธิรวมตัวกันเพื่อพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค ให้มีองค์การเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนผู้บริโภค ทำหน้าที่ให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐในการตราและการบังคับใช้กฎหมายและกฎ และให้ความเห็นในการกำหนดมาตราการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งตรวจสอบและรายงานการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ให้รัฐสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการขององค์การอิสระดังกล่าวด้วย

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เสริมศักยภาพแกนนำผู้บริโภค


เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดเชียงราย จัดเวทีพัฒนาศักยภาพแกนนำผู้บริโภคเพื่อให้เกิดความรู้และความเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาเมื่อถูกละเมิดสิทธิหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยมีตัวแทนเจ้าหน้าีที่ฝ่ายงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับพื้นที่ ตำบลป่าตึง ตำบลศรีดอนมูล และแม่สายมิตรภาพ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.จังหวัดเชียงราย) บรรยายเกี่ยวกับพรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถให้กับเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมเวที ในเวทีได้มีการทบทวนสถานการณ์ ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน และการฝีกปฏิบัติในการรับเรื่องร้องเรียน เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเวทีเป็นอย่างดี

วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

สภาผู้บริโภคเชียงรายกับทิศทางผู้บริโภค


วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคเชียงราย จัดเวทีสภาผู้บริโภค ภายใต้ชื่องาน "อู้จ๋า ผญ๋ากำกึ๊ด สภาผู้บริโภค เจียงฮาย" ณ ห้องประชุมจอมกิตติและห้องประชุมธรรมลังกา ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังใหม่ โดยมีนายสุรชัย ลิ้นทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน ภายในงานมีการแสดงละครจากนักเรียนโรงเรียนบ้านต้นผึ้ง เรื่อง "ไกลกว่าคลื่น" แสดงเรื่องราวที่สะท้อนถึงชุมชนที่ประสบปัญหาไม่สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารได้ เพราะอยู่ห่างไกลความเจริญ เวลาที่เกิดปัญหาไม่สามารถที่จะติดต่อสื่อสารได้อย่างทันท่วงที การบรรยายพิเศษในหัวข้อ "ทิศทางการทำงานของคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จังหวัดเชียงราย โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย การบรรยายเรื่อง ผู้บริโภคได้อะไรจาก พรบ.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค โดยอารย์วิชิต ถิ่นวัฒนากูล ที่ปรึกษากลไกภาคเหนือ แนะนำสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) การแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของผู้บริโภคด้านต่างๆ ประกอบด้วย ด้านโทรคมนาคม ความปลอดภัยด้านอาหาร สัญญาที่ไม่เป็นธรรม ยาในระบบหลักประกันสุขภาพ และภัยอันตรายจากแร่ใยหิน ได้มีข้อเสนอที่สำคัญคือ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน โดยทำงานประสานและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานและภาคประชาชน เพื่อการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคที่ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพต่อไป